2 พฤษภาคม 2569

‼️ความยิ่งใหญ่ที่ถูกทิ้งร้าง‼️

image

   เสียดายความยิ่งใหญ่ท้องฟ้าจำลอง แห่งที่ 2 ของไทยที่สมุทรสงคราม แหล่งเรียนรู้ระบบสุริยะจักรวาลและความบันเทิง          ประจำท้องถิ่นสร้างด้วยเงินภาษีประชาชน ทีถูกทิ้งร้าง วอนปรับปรุงให้กลับมาเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทรงคุณค่าแก่เยาวชนและผู้ที่สนใจอีกครั้ง

 

            ศูนย์วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์จังหวัดสมุทรสงคราม(ท้องฟ้าจำลอง) แหล่งเรียนรู้ประจำท้องถิ่นแห่งนี้ ที่ตั้ง บนเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ภายในสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หมู่ 8  ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2548 หรือเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา ด้วยงบประมาณ 27,500,000 บาท สมัยที่ นายอำนวย ลิขิตอำนวยชัย เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสงคราม เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และดาราศาสตร์ เป็นสื่อการเรียนการสอนให้กับคณะครู นักเรียน และนักศึกษาทั้งในและนอกพื้นที่ และนับเป็นท้องฟ้าจำลองแห่งที่ 2 ของประเทศไทย (แห่งแรกอยู่ที่เอกมัย กรุงเทพฯ)

          ศูนย์วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ฯ แห่งนี้ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ทางดาราศาสตร์ที่ทันสมัยกว่า 10 อุปกรณ์ เช่น 1.โปรแกรมเรียนรู้ถูกบรรจุไว้ในระบบท้องฟ้าจำลอง ประกอบด้วยกลุ่มดาวไม่น้อยกว่า 88 กลุ่มดาว ตามหลักสากล แต่ละกลุ่มดาวถูกกำหนดไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง ประกอบด้วยฟ้าซีกโลกเหนือและฟ้าซีกโลกใต้ และท้องฟ้าประเทศไทย วางซ้อนกันอยู่ในโดมเดียวกัน 2.ดาวแต่ละดวงแสดงด้วยแสงจากหลอด LED ชนิดพิเศษ สามารถให้แสงและสีที่เหมือนของจริงจากดวงดาวบนท้องฟ้าซึ่งติดตั้งอยู่ในโคมไฟเบอร์กลาสที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 10 ระดับที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 10 เมตร 

         3.หลอด LED ของดาวแต่ละดวงสามารถตั้งความสว่างได้ไม่ต่ำกว่า 10 ระดับอย่างอิสระต่อกันตั้งแต่สว่างมากที่สุดจนถึงสว่างน้อยที่สุดด้วยการควบคุมแผงวงจรที่ควบคุมด้วยพีซีคอมพิวเตอร์ 4.สามารถแสดงผลติด กระพริบ และดับของกลุ่มดาว และดาวแต่ละดวงจะถูกควบคุมได้อย่างอิสระต่อกันด้วยคอมพิวเตอร์ 5.สามารถควบคุมให้แสงจากดวงดาวแต่ละดวง ระยิบระยับอย่างอิสระจากกันเหมือนดาวจริงบนท้องฟ้า, 6.สามารถแสดงรูปร่างของดาวเคราะห์

ต่างๆได้

          7.มีระบบแสง สี เสียง เพื่อแสดงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติแสงฟ้าแลบ เสียงฟ้าผ่า เสียงฝนตก ดาวตก จันทรุปราคราและการเกิดข้างขึ้นข้างแรม 8.การควบคุมมี 2 ระบบ คือระบบอัตโนมัติ ซึ่งทำงานสอดคล้องกับเสียงบรรยายที่บันทึกไว้และระบบมือ 9.สามารถขับหลอด LED ให้มีความสว่างสุงสุดเทียบเท่ากับความสว่างของดวงดาวที่มีอันดับความสว่างเท่ากับ -1 ได้ไม่น้อยกว่า 4,000 หลอดพร้อมกัน 10.มีวงจรป้องกันกระแสลัดวงจรและป้องกันกระแสเกินสำหรับไฟที่จ่ายให้กับหลอด LED แต่ละหลอด 

            11.สามารถควบคุมการกระพริบของหลอด LED ทุกหลอดภายในกลุ่มดาวเดียวกันให้กระพริบพร้อมกันในขณะที่มีการบรรยายถึงดาวกลุ่มนั้น และจะต้องสามารถฉายภาพสัญลักษณ์ เช่นรูปสัตว์ต่างๆไปยังดาวกลุ่มนั้นประกอบการบรรยาย โดยให้หลอด LED ของดาวกลุ่มอื่นสว่างค้างอยู่ และหลังจากนั้นจะค่อยๆลดความสว่างของหลอด LED ของดาวกลุ่มอื่นลงอย่างช้าๆจนมืดสนิท โดยคงให้หลอด LED ของกลุ่มดาวที่ต้องการสว่างค้างอยู่และหลังจากนั้นยังสามารถควบคุมให้หลอด LED หลอดใดหลอดหนึ่งภายในกลุ่มดาวนั้นกระพริบ ในขณะที่หลอด LED หลอดอื่นในกลุ่มดาวเดียวกันสว่างค้าง เมื่อทำการบรรยายถึงดาวแต่ละดวงภายในกลุ่มดาวนั้น ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้าชมสังเกต และกลุ่มดาวกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จากดวงดาวทั้งหมดและดาวแต่ละดวงภายในกลุ่มดาวนั้น 12.จะต้องมีระบบการทำงานแบบอัตโนมัติที่สอดคล้องกับคำบรรยายที่บันทึกไว้ล่วงหน้าและระบบทำงานที่ควบคุมด้วยมือโดยการควบคุมโดยเจ้าหน้าที่ 13.ระบบการควบคุมทั้งหมดจะต้องสั่งงานได้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ในลักษณะกราฟฟิค ยูสเซ่อ อินเทอร์เฟค

            ต่อมาในปี พ.ศ.2559  – 2562 (สมัยที่นายพิสิฐ เสือสมิง เป็นนายก อบจ.สมุทรสงคราม)  มีการปรับปรุงซ่อมแซมเปลี่ยนระบบเครื่องฉาย และก่อสร้างอาคารอบรม ห้องสมุด ที่พักศึกษาหาความรู้ถ่ายทอดวิชาการการแข่งขันโอลิมปิควิชาการ  และเปิดโอกาสให้นักเรียน ประชาชนทั่วไปได้เข้าเรียนรู้วันละ 2 รอบ ซึ่งแต่ละวันก็มีประชาชนมาดูงานหลายร้อยคน    ต่อมาในปี 2567 (สมัยที่ น.ส.กาญสุดา ปานะสุทธะ เป็นนายก อบจ.สมุทรสงคราม) มีการของบประมาณอุดหนุนกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ประมาณ 8 ล้านบาท  ในการปรับปรุงซ่อมแซมหอดูดาว และปรับปรุงภูมิทัศน์ เตรียมเปิดให้ประชาชนเข้ามาศึกษาดูงาน  แต่ก็หมดวาระไปก่อน  

            แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าปัจจุบันศูนย์วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์จังหวัดสมุทรสงคราม(ท้องฟ้าจำลอง) แหล่งเรียนรู้ระบบสุริยะจักรวาล กาแล็กซี่และการปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะอันจะนำไปสู่การเรียนการสอนที่เป็นสากลยิ่งขึ้น และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรสงครามด้วย ได้ถูกทิ้งร้างมานานตามการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารเมื่อมีการเลือกตั้งตามวาระอย่างต่อเนื่อง แม้ผู้บริหารบางรายจะพยายามพัฒนาแต่ไม่รู้ว่าติดขัดปัญหาอะไร บ้างก็อ้างติดขัดระเบียบ ความไม่คุ้มค่า จากทัศคติของคนนอกพื้นที่ที่เข้ามาทำงานใน จ.สมุทรสงคราม บ้างก็ว่าผู้บริหารไม่เอาจริงเอาจัง ทำให้อาคารสถานที่นอกจากจะทรุดโทรมแล้ว เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆยังใช้งานไม่ได้เพราะขาดการซ่อมแซมบำรุงรักษาขาดผู้เชี่ยวชาญมาดูแลอย่างน่าเสียดาย

            จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ อบจ.สมุทรสงคราม หันมาใส่ใจปรับปรุงดูแลให้ศูนย์วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ฯ หรือท้องฟ้าจำลอง แหล่งเรียนรู้ประจำท้องถิ่นแห่งนี้ได้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง เยาวชนและผู้ที่มาทัศนศึกษาโดยเฉพาะชาวสมุทรสงครามจะได้ภาคภูมิใจที่มีของดีอยู่ในท้องถิ่นตนเอง ทำให้ไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงท้องฟ้าจำลองที่กรุงเทพฯ ทั้งนี้เพื่อจะได้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทรงคุณค่าสำหรับเยาวชน นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปที่สนใจต่อไป

ภาพข่าว

ข่าวล่าสุด

'นายกมิ้น' ปลุกแม่กลองคึก! คิกออฟ 'ถนนคนเดิน' ชู Street Food แลนด์มาร์คใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

'นายกมิ้น' ปลุกแม่กลองคึก! คิกออฟ 'ถนนคนเดิน' ชู Street Food แลนด์มาร์คใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

โครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” ภายใต้การบริหารจัดการและขับเคลื่อน โดยสมาคมแม่บ้าน

โครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” ภายใต้การบริหารจัดการและขับเคลื่อน โดยสมาคมแม่บ้าน

รวบคากรุง! สแกมเมอร์เกาหลีข้ามชาติ! สืบ ตม.3 ผนึก ป.ป.ส. บุกจับผู้ต้องหา “หมายแดง INTERPOL” พร้อมยาไอซ์ คาคอนโดหรูย่านห้วยขวาง

รวบคากรุง! สแกมเมอร์เกาหลีข้ามชาติ! สืบ ตม.3 ผนึก ป.ป.ส. บุกจับผู้ต้องหา “หมายแดง INTERPOL” พร้อมยาไอซ์ คาคอนโดหรูย่านห้วยขวาง