วันนี้เวลา 14.30 น. วันที่ 15 สิงหาคม 2566 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ถวายแด่ พระเมธีวัชรประชาทร ณ อุโบสถวัดอินทาราม ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โดยองคมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระประธานในโบสถ์ เจ้าหน้าที่กรมศาสนาอาราธนาศีล เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีรจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม อธิบดีสงฆ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ประธานคณะกรรมการอบรมประชาชนกลาง(อ.ป.ก.) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี และอดีตเจ้าอาวาสวัดยานนาวา ประธานสงฆ์ ให้ศีล องคมนตรี เชิญสัญญาบัตรพัดยศ และผ้าไตร ถวายแด่ พระเมธีวัชรประชาทร ขณะที่พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา องคมนตรีประเคนเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา พระสงฆ์อนุโมทนา ถวายอดิเรก องคมนตรีกราบลาหน้าเครื่องนมัสการ ออกจากอุโบสถ เดินทางกลับ
ในการนี้เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีรจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม อธิบดีสงฆ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ประธานคณะกรรมการอบรมประชาชนกลาง(อ.ป.ก.) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี และอดีตเจ้าอาวาสวัดยานนาวา ประธานสงฆ์ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง” สวนพุทธเกษตร โคกหนองนา ธนาคารโคกระบือ เพื่อประชาชน ธนาคารน้ำใต้ดิน แก้ปัญหาภัย เพื่อปากท้องประชาชน จากนั้นเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีรจารย์ เป็นประธานมอบข้าวปันสุข จำนวน 20 ตัน ที่พระเมธีวัชรประชาทร ถวาย เพื่อมอบให้กับองค์กรการกุศล 20 องค์กร และประชาชนผู้ยากไร้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วย
สำหรับพระเมธีวัชรประชาทร เดิมชื่อประยูร สร้อยระย้า เกิด ณ.บ้านเลขที่ 35 ม.6 ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม บิดานายย้ง มารดานางฝอย สร้อยระย้า นามสกุลแม่เดิมรัศมีโชติ ดร.หลวงพ่อแดง เป็นคนใจบุญมาตั้งแต่เล็ก ก่อนจะไปโรงเรียนมีหน้าที่จะต้องใส่บาตรพระหน้าบ้านทุกวัน การศึกษาเรียนจบชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดเสร็จ สุทธิวิทยานุสรณ์ เมื่อจบการศึกษาแล้วก็ออกมาช่วยพ่อ-แม่ ทำอาชีพเกษตรกรรม จนอายุได้ 21 ปี พ.ศ. 2514 ได้ไปรับราชการเป็นทหารเรือ 2 ปี เมื่อปลดประจำการปี 2516 ก็บรรพชาอุปสมบท ณ พัทสีมาวัดอินทาราม เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2516 โดยพระครูสมุทรธรรมกิจ หลวงปู่หยอด ชินวังโส วัดแก้วเจริญ เกจิแห่งลุ่มน้ำแม่กลองเป็นพระอุปัชฌาย์ พรรษา 1-2-3 สอบ นักธรรมตรี-โท-เอก ได้จบหลักสูตร นักธรรมเอก เมื่อปี 2519 ออกเดินธุดงค์ในป่าเมืองกาญจนบุรี พระเมธีวัชรประชาทร เป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา จบปริญญาตรี สาขาวิชานิติศาสตร์บัณทิต และ สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ปริญญาโท สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ และระดับปริญญาเอก สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อปี 2563 และล่าสุด พระเมธีวัชรประชาทร จบหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2566 และ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2566 สภามหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ยังอนุมัติหลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหารท้องถิ่น(ป.บท.) ส่วนภูมิภาค จำนวน 3 แห่ง ในจำนวนนี้ มีที่ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ณ วัดอินทาราม โดย พระเมธีวัชรประชาทร มีส่วนผลักดัน ด้วย
พระเมธีวัชรประชาทร นอกจากจะให้ความสำคัญกับการศึกษาแล้ว ยังส่งเสริมการศึกษาพระสงฆ์ และยังสนองงาน ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงด้วย “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง” ด้วยการ จัดตั้งสวนพุทธเกษตร โคกหนองนา ธนาคารโคกระบือ เพื่อประชาชน ธนาคารน้ำใต้ดิน แก้ปัญหาภัย เพื่อปากท้องประชาชน อีกทั้งสนับสนุนกิจกรรมโรงเรียนต่างๆ เช่น โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ติดตั้งให้โรงเรียนยากจนแล้ว 4 แห่งครอบคลุม 3 อำเภอ ประกอบด้วย แห่งแรกคือ ร.ร.วัดแก่นจันทร์ อ.บางคนที, ร.ร.ถาวรวิทยา อ.อัมพวา, ร.ร.วัดจันทร์เจริญสุข และ โรงเรียนบ้านฉู่ฉี่ อ.เมืองสมุทรสงคราม ประหยัดไฟต่อเดือนกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ โรงเรียนมีเงินเหลือจากการประหยัดไฟฟ้าไปจัดการศึกษาปีละจำนวนมาก, โครงการสนับสนุนทุนการศึกษาในทุกระดับ เป็นประจำทุกปี, โครงการขับเคลื่อนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการสถานศึกษาเป็นศูนย์การเรียนรู้ สืบสานภูมิปัญญา เพื่อชุมชนที่เข้มแข็ง และยิ่งยืน, บริจาคข้าวสาร และเงินสนับสนุน 20 โรงเรียน, สนับสนุนการจ้างครูอัตราจ้าง 1 โรงเรียน, สนับสนุนการดำเนินการจัดกิจกรรมบรรยายธรรม ด้านการศึกษา, สนับสนุนการดำเนินการจัดการสอนในการสอบธรรมมะศึกษาชั้นตรี เพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับการสอบ วิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม, บริจาคชุดตรวจ ATK และอุปกรณ์การจัดการเรียนการสอนต่างๆ ตลอดจนจัดตั้งโครงการ พระสงฆ์ไม่ทิ้งประชาชน ภายใต้ภารกิจการ ช่วยเหลือประชาชนยามยากลำบาก เช่น ประสบอุทกภัย หรืออัคคีภัย พร้อมทั้ง บริจาคเรื่องมือทางการแพทย์ จัดตั้งศูนย์พักคอย (CI) ส่งมอบยาฟ้าทะลายโจรต้านภัยโควิด-19 จำนวน 1,300,000 แคปซูล จัดซื้อวัคซีน แจกให้กับพระสงฆ์ประชาชนทั่วประเทศ และสร้างบ้านพระสงฆ์เอื้ออาทร และเมื่อเรียนจบปริญญาเอก สาขาจัดการเชิงพุทธ และสาขาวิชารัฐศาสตร์ อีกทั้งจบปริญญาตรี สาขาวิชานิติศาสตร์บัณทิต (กฎหมาย) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จึงจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายให้กับประชาชนฟรีภายในวัด พร้อมทั้งยังได้ให้การสนับสนุนส่วนราชการประชาชนในทุกด้าน เป็นต้น
ด้านสมณศักดิ์ พ.ศ. 2526 ได้รับการแต่งตั้งเป็น เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นโท ที่ พระครูพิศิษฎ์ประชานาถ พ.ศ. 2533 เป็นเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นเอก ที่ พระครูพิศิษฎ์ประชานาถ พ.ศ. 2556 เทียบผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก ที่ พระครูพิศิษฏ์ประชานาถ พ.ศ. 2565 เทียบผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นพิเศษ ที่ พระครูพิศิษฏ์ประชานาถ และ ล่าสุดเมี่อวันที่ 1 สิงหาคม 2566 ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ใจความ “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ ให้พระครูพิศิษฎ์ประชานาถ วัดอินทาราม จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ มีนามว่า “พระเมธีวัชรประชาทร” ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2566 ประกาศ ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2566 เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน
////////////////////
ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม นำทีมตำรวจจิตอาสา มอบบ้านใหม่ สานฝันหลังที่ 46 พร้อมมอบข้าวสาร 1,000 ถุง ตามโครงการจิตอาสาบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน
ตม.เชียงแสน:จับกุมหนุ่มสแกมเมอร์! มีหมายจับ เตรียมเผ่นหนีหมาย
มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน นำคณะอบรม ETC รุ่นที่ 9 ศึกษาดูงาน “ไมโครไบโอเทค”