1 พฤษภาคม 2569

สตม.ปิดเกมส์ อาตี๋หนีคดีปลอมบัตรซ่อนตัวกลางกรุง ค้นรถพบใบขับขี่ไทยชื่อจีนหลายใบ จ่อขยายผล

image

สตม.ปิดเกมส์ อาตี๋หนีคดีปลอมบัตรซ่อนตัวกลางกรุง ค้นรถพบใบขับขี่ไทยชื่อจีนหลายใบ จ่อขยายผล

จากกรณีที่ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุขและ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ  รอง ผบช.สตม. สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะความผิดที่เกี่ยวกับคนเข้าเมือง เช่น หลบหนีเข้าเมือง อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด หรือ overstay และชาวต่างชาติที่มีลักษณะเป็นอาชญากร หรือเป็นสมาชิกองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบหลักของ สตม. โดยสั่งการและกำชับให้เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบบังคับใช้กฎหมาย  โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบงานสืบสวนเน้นลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวอย่างต่อเนื่อง

  

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2568 พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์  ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รองผู้บังคับการฯ รับผิดชอบงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการจับกุมคนร้ายสำคัญต่อสื่อมวลชน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ได้รับข้อมูลว่ามีบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน ลักลอบหนีหมายจับจากประเทศจีน เข้ามากบดานในไทย และรับทำบัตรประชาชนปลอม หรือหนังสือเดินทางปลอม ให้กับคนจีนที่อยู่ในประเทศไทย โดยหลังทราบข้อมูล พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1, พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รองผู้กำกับการสืบสวนฯ พร้อมชุดปฏิบัตินำโดย พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ และ พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 เรียกประชุมชุดสืบสวนในการลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว

ซึ่งการจับกุมในคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 06.00 น. หลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง สังกัด บก.ตม.1  ชุดสืบสวน ได้นำกำลังลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวในพื้นที่ซอยวิภาวดี 4 - 8 ซึ่งได้รับข้อมูลจากสายลับว่าบุคคลต่างด้าวที่เป็นเป้าหมายมักจะใช้เป็นเส้นทางหลบเลี่ยงการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลังกันสังเกตการณ์เนื่องจากชุดสืบสวนเชื่อว่า บุคคลต่างด้าวเป้าหมายจะต้องมาปรากฏตัว จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ได้พบบุคคลต่างด้าวลักษณะใกล้เคียงกับบุคคลต่างด้าวเป้าหมาย มีตำหนิรูปพรรณใกล้เคียงกับที่สายลับแจ้ง ขับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อนิสสัน อัลเมร่า สีเทา ติดฟิล์มทึบ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่เป็นชุดสืบสวนจึงได้ขับรถเข้าสกัด และแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงบัตรประจำตัวให้ดูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้ขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวหรือหนังสือเดินทางของผู้ถูกจับ ผลการตรวจสอบทราบชื่อผู้ถูกจับคือ MR.WANG MING (นามสมมติ) สัญชาติจีน อายุ 40 ปี แสดงหนังสือเดินทางของผู้อื่น แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าหน้าไม่ตรงกัน จึงขอตรวจค้นรถ ผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบใบขับขี่ทั้งไทย และสากล รวมถึงหนังสือเดินทางเล่มอื่น ซึ่งเชื่อว่าปลอม จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าไม่ช่ของตน ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา  “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตรวจสอบประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศพบว่า MR.WANG MING เป็นบุคคลที่มีหมายจับ และเป็นที่ต้องการตัวในประเทศจีน โดยได้กระทำความผิดฐานนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นมาปลอมแปลงบัตรประชาชน

 หนังสือเดินทาง และใบขับขี่ กระทำความผิดฐานเปิดบ่อนการพนันโดยผิดกฎหมาย และขัดคืนคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล ก่อนหลบหนีออกจากประเทศมากบดานในประเทศไทยอีก เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวผู้ถูกจับมาที่ กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. เพื่อทำบันทึกจับกุมและนำตัวผู้ถูกจับส่ง พงส. กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย อนึ่ง ในส่วนของใบอนุญาตขับรถที่พบทั้งหมด 5 ใบ จะได้ดำเนินการส่งตรวจสอบว่าเป็นของผู้ใด และมีการปลอมแปลงขึ้นมาทั้งฉบับ หรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนต่อไป

ภาพข่าว

ข่าวล่าสุด

รวบคากรุง! สแกมเมอร์เกาหลีข้ามชาติ! สืบ ตม.3 ผนึก ป.ป.ส. บุกจับผู้ต้องหา “หมายแดง INTERPOL” พร้อมยาไอซ์ คาคอนโดหรูย่านห้วยขวาง

รวบคากรุง! สแกมเมอร์เกาหลีข้ามชาติ! สืบ ตม.3 ผนึก ป.ป.ส. บุกจับผู้ต้องหา “หมายแดง INTERPOL” พร้อมยาไอซ์ คาคอนโดหรูย่านห้วยขวาง

สสส. ผนึก ม. รังสิต ปั้นนักสื่อสารสุขภาวะ ผ่านโครงการ Young Influencer รุ่นที่ 2

สสส. ผนึก ม. รังสิต ปั้นนักสื่อสารสุขภาวะ ผ่านโครงการ Young Influencer รุ่นที่ 2 เปิดพื้นที่เยาวชนเรียนรู้การใช้สื่อโซเชียลเพื่อขับเคลื่อนสังคม

ผกก.เมืองแม่กลอง นำทีมจิตอาสามอบบ้าน ‘สานฝัน’ หลังที่ 46 พลิกชีวิตป้าวัย 62 พร้อมแจกข้าวสาร 1,000 ชุดบรรเทาทุกข์ชาวบ้าน

    ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม  นำทีมตำรวจจิตอาสา มอบบ้านใหม่ สานฝันหลังที่ 46 พร้อมมอบข้าวสาร 1,000 ถุง ตามโครงการจิตอาสาบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน